Skip to main content
AI, LuminexDoc, PDPA

ส่งเอกสารบริษัทให้ AI อ่าน ข้อมูลรั่วไหม — สิ่งที่สัญญาผู้ให้บริการและ PDPA เขียนไว้จริง

6 กันยายน 2569 WinnerSoft Team
ส่งเอกสารบริษัทให้ AI อ่าน ข้อมูลรั่วไหม — สิ่งที่สัญญาผู้ให้บริการและ PDPA เขียนไว้จริง

การส่งเอกสารองค์กรให้ AI อ่านจะปลอดภัยหรือไม่ ขึ้นกับสามคำถามที่ตรวจสอบได้ด้วยเอกสาร ไม่ใช่ด้วยความรู้สึก — ข้อมูลถูกส่งไปประมวลผลที่ไหน ถูกเก็บไว้นานเท่าไร และถูกนำไปฝึกโมเดลหรือไม่ ผู้ให้บริการ AI รายใหญ่ประกาศคำตอบทั้งสามข้อไว้เป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว และคำตอบต่างกันชัดเจนระหว่างแพ็กเกจฟรีกับช่องทางเชิงพาณิชย์

บทความนี้รวมสิ่งที่ผู้ให้บริการเขียนไว้จริงในนโยบายของตัวเอง สิ่งที่กฎหมายไทยกำหนดเมื่อเอกสารมีข้อมูลส่วนบุคคล และคำถามที่ควรให้ผู้ขายตอบเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มโครงการ

เอกสารที่ส่งเข้า AI ถูกเอาไปฝึกโมเดลหรือเปล่า

โดยค่าเริ่มต้น ไม่ — ถ้าใช้ผ่านช่องทางเชิงพาณิชย์ ทั้งสามรายที่องค์กรไทยใช้มากที่สุดระบุตรงกันในเอกสารของตัวเอง แต่คำว่า "โดยค่าเริ่มต้น" มีเงื่อนไขกำกับอยู่ และเงื่อนไขนั้นคือจุดที่ต้องอ่าน

  • OpenAI — ข้อมูลที่ส่งเข้า API จะไม่ถูกนำไปฝึกหรือปรับปรุงโมเดล เว้นแต่ผู้ใช้เลือกแบ่งปันข้อมูลเอง
  • Anthropic — โดยค่าเริ่มต้น จะไม่นำ input หรือ output จากผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ไปฝึกโมเดล ยกเว้นกรณีที่ผู้ใช้กดให้ feedback หรือให้ความยินยอมชัดแจ้ง
  • Google Gemini API — เฉพาะบริการแบบเสียเงินเท่านั้นที่ระบุว่าไม่นำ prompt หรือคำตอบไปปรับปรุงผลิตภัณฑ์ ส่วนบริการที่ไม่เสียเงิน เนื้อหาที่ส่งเข้าไปถูกนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ Google ได้

ข้อสุดท้ายคือจุดที่พลาดกันบ่อยที่สุด และมักไม่ได้พลาดตอนเซ็นสัญญา แต่พลาดตอนทดลอง — ทีมงานหยิบเอกสารจริงไปลองกับแพ็กเกจฟรีเพื่อดูว่าใช้ได้ไหม ก่อนที่ฝ่ายกฎหมายจะเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยซ้ำ

ความต่างของสองแพ็กเกจไม่ได้อยู่ที่ความสามารถของโมเดล — อยู่ที่สิ่งที่ผู้ให้บริการทำกับข้อมูลของคุณได้

ถ้าไม่ได้เอาไปฝึกโมเดล แล้วเก็บ log ไว้ทำไม

เพื่อตรวจจับการใช้งานที่ผิดเงื่อนไข ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการฝึกโมเดล OpenAI ระบุว่า log สำหรับตรวจการใช้งานผิดถูกเก็บไว้ไม่เกิน 30 วัน เว้นแต่กฎหมายกำหนดให้เก็บนานกว่านั้น และมีตัวเลือก Zero Data Retention ที่ตัดเนื้อหาของลูกค้าออกจาก log ดังกล่าว โดยต้องผ่านการอนุมัติจาก OpenAI ก่อน ฝั่ง Google ระบุว่าสำหรับบริการแบบเสียเงิน จะเก็บ prompt และคำตอบไว้ในระยะเวลาจำกัดเพื่อตรวจสอบการละเมิดนโยบายและรักษาความปลอดภัยของบริการเท่านั้น

แปลว่าคำถามที่ถูกต้องไม่ใช่ "เก็บข้อมูลไหม" เพราะคำตอบคือเก็บ แต่คือ "เก็บนานเท่าไร ใครเข้าถึงได้ และตัดออกได้หรือไม่"

PDPA กำหนดอะไรบ้าง เมื่อเอกสารมีข้อมูลส่วนบุคคล

ใบกำกับภาษี ใบแจ้งหนี้ สัญญา และหนังสือราชการ ล้วนมีชื่อบุคคล เลขประจำตัว ที่อยู่ หรือลายเซ็นปนอยู่ เมื่อเอกสารเหล่านี้ถูกส่งเข้าระบบ AI องค์กรยังคงเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล และผู้ให้บริการอยู่ในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูลตามที่องค์กรสั่ง ความรับผิดชอบจึงไม่ได้ย้ายไปพร้อมกับไฟล์

เมื่อการประมวลผลเกิดขึ้นนอกประเทศ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กำกับเรื่องนี้ไว้ในมาตรา 28 และมาตรา 29 และคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ออกประกาศหลักเกณฑ์ตามมาตรา 29 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 21 กุมภาพันธ์ 2568 องค์กรที่ใช้บริการ AI จากต่างประเทศจึงต้องระบุให้ได้ว่าอาศัยฐานใดในการโอนข้อมูล และมีข้อตกลงการประมวลผลรองรับหรือยัง

สามรูปแบบการวางระบบ และสิ่งที่ต้องแลก

รูปแบบ เอกสารออกนอกองค์กร ถูกใช้ฝึกโมเดล สิ่งที่ต้องทำเพิ่มตาม PDPA
ติดตั้งในองค์กร (on-premise) ไม่ออก ไม่ ยังต้องมีนโยบายเก็บรักษา สิทธิเจ้าของข้อมูล และการควบคุมสิทธิ์เข้าถึงภายใน
Cloud OCR API ออก ไปยัง region ที่เลือก ตามสัญญาของผู้ให้บริการ ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูล และฐานการโอนข้อมูลไปต่างประเทศ
LLM API เชิงพาณิชย์ ออก ไม่ ตามนโยบายค่าเริ่มต้น เหมือนข้างบน บวกการยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรว่าปิดการใช้ข้อมูลฝึกโมเดล และระยะเก็บ log
LLM แพ็กเกจฟรี ออก ได้ ตามเงื่อนไขบริการ ไม่เหมาะกับเอกสารที่มีข้อมูลส่วนบุคคล
ความปลอดภัยไม่ได้ขึ้นกับว่าใช้ AI หรือไม่ แต่ขึ้นกับช่องทางที่เลือกและเอกสารที่เซ็นกำกับไว้

การติดตั้งในองค์กรไม่ใช่คำตอบเดียวของคำว่าปลอดภัย และไม่ใช่ตัวเลือกที่ไม่มีต้นทุน — องค์กรต้องดูแลเครื่อง อัปเดตโมเดลเอง และมักได้ความแม่นยำกับเอกสารที่ไม่มีรูปแบบตายตัวต่ำกว่า สิ่งที่ตัดสินความเสี่ยงจริงคือเอกสารที่เซ็นกำกับไว้ ไม่ใช่ตำแหน่งของเครื่อง

คนตรวจไม่ได้มีไว้แค่กันอ่านผิด แต่มีไว้ให้ตรวจสอบย้อนหลังได้

ระบบที่ให้คนตรวจเฉพาะฟิลด์ที่โมเดลไม่มั่นใจ จะทิ้งร่องรอยไว้ว่าใครแก้ฟิลด์ไหน เมื่อไร และแก้จากค่าอะไรเป็นค่าอะไร ร่องรอยชุดนี้คือสิ่งที่ผู้ตรวจสอบภายในและฝ่ายกำกับดูแลขอดู และเป็นสิ่งที่กระบวนการคีย์ข้อมูลด้วยมือแทบไม่เคยมี

6 คำถามที่ควรได้คำตอบเป็นลายลักษณ์อักษร

  • เอกสารของเราถูกส่งไปประมวลผลที่ประเทศใด และผ่านผู้ให้บริการโมเดลรายใดบ้าง
  • ข้อมูลของเราถูกนำไปฝึกหรือปรับปรุงโมเดลหรือไม่ และระบุไว้ในสัญญาข้อใด
  • log ถูกเก็บไว้นานเท่าไร ใครเข้าถึงได้ และขอให้ไม่เก็บเนื้อหาของเราได้หรือไม่
  • มีข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เซ็นหรือไม่ และอาศัยฐานใดในการโอนข้อมูลไปต่างประเทศ
  • ระบบบันทึกหรือไม่ว่าใครแก้ค่าฟิลด์ไหน เมื่อไร และขอ export ออกมาตรวจได้ไหม
  • ถ้าเลิกใช้บริการ ข้อมูลที่สกัดไว้และเอกสารต้นทางถูกลบเมื่อไร และยืนยันการลบอย่างไร

คำถามหกข้อนี้ต่อยอดจากเช็คลิสต์ก่อนเซ็นสัญญาที่เราเคยเขียนไว้ใน "7 คำถามที่ควรถามผู้ขาย AI อ่านเอกสาร ก่อนเซ็นสัญญา" — ชุดนั้นว่าด้วยความแม่นยำและการต่อเข้าระบบปลายทาง ชุดนี้ว่าด้วยข้อมูลและกฎหมาย

แล้วฝั่ง LuminexDoc ตอบว่าอย่างไร

LuminexDoc ใช้ AI สามตัวตรวจทานกันทุกฟิลด์ เฉพาะฟิลด์ที่ทั้งสามไม่เห็นตรงกันหรือไม่มั่นใจเท่านั้นที่ถูกส่งถึงคน ไม่ต้องสร้าง template ต่อรูปแบบเอกสาร และรองรับเอกสารมากกว่า 100 ภาษา ปัจจุบันอยู่ใน production จริงกับเอกสาร 5 ประเภทตามกฎหมายไทย ได้แก่ ใบกำกับภาษี ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน ใบเพิ่มหนี้ และใบลดหนี้

ส่วนคำถามหกข้อข้างบน เราตอบเป็นเอกสารให้ก่อนเริ่ม POC เสมอ ไม่ใช่ตอบปากเปล่าในห้องประชุม — เพราะเป็นคำถามที่ฝ่ายกำกับดูแลขององค์กรคุณจะถามซ้ำอยู่ดี

คำถามที่พบบ่อย

ส่งเอกสารบริษัทให้ AI อ่าน ผิด PDPA ไหม

ไม่ผิดโดยตัวมันเอง แต่องค์กรยังเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล จึงต้องมีฐานการประมวลผล มีข้อตกลงกับผู้ให้บริการในฐานะผู้ประมวลผล และถ้าประมวลผลนอกประเทศ ต้องเป็นไปตามมาตรา 28 และ 29 ของ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 รวมถึงประกาศหลักเกณฑ์ตามมาตรา 29 ที่มีผลตั้งแต่ 21 กุมภาพันธ์ 2568

ผู้ให้บริการ AI นำเอกสารของเราไปฝึกโมเดลหรือไม่

ช่องทางเชิงพาณิชย์ของทั้งสามรายระบุว่าไม่นำไปฝึกโมเดลโดยค่าเริ่มต้น OpenAI ระบุว่าข้อมูลที่ส่งเข้า API จะไม่ถูกใช้ฝึกโมเดลเว้นแต่ผู้ใช้เลือกแบ่งปันเอง Anthropic ระบุแบบเดียวกันสำหรับผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ ส่วน Google แยกชัดว่าเงื่อนไขนี้ใช้กับบริการแบบเสียเงินเท่านั้น

ข้อมูลถูกเก็บไว้นานแค่ไหน

ต่างกันตามผู้ให้บริการ OpenAI ระบุว่า log สำหรับตรวจจับการใช้งานผิดถูกเก็บไม่เกิน 30 วัน เว้นแต่กฎหมายกำหนดให้นานกว่านั้น และมีตัวเลือก Zero Data Retention ที่ต้องขออนุมัติก่อน ส่วน Google ระบุว่าเก็บในระยะเวลาจำกัดเพื่อตรวจสอบการละเมิดนโยบายและความปลอดภัยของบริการ

ต้องติดตั้งระบบไว้ในองค์กรเท่านั้นหรือเปล่าถึงจะปลอดภัย

ไม่จำเป็น การติดตั้งในองค์กรตัดเรื่องการโอนข้อมูลออกนอกประเทศไปได้จริง แต่แลกมาด้วยภาระดูแลระบบและมักได้ความแม่นยำกับเอกสารที่ไม่มีรูปแบบตายตัวต่ำกว่า สิ่งที่ลดความเสี่ยงได้จริงคือข้อตกลงการประมวลผล ระยะเก็บ log ที่ระบุชัด และร่องรอยการตรวจสอบย้อนหลัง

ขอทดสอบด้วยเอกสารจริงโดยไม่เสี่ยงได้ไหม

ได้ ถ้าจัดกรอบไว้ก่อนเริ่ม เลือกชุดเอกสารที่ปิดบังข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่จำเป็นออก เซ็นข้อตกลงการประมวลผลก่อนส่งไฟล์ชุดแรก กำหนดวันลบข้อมูลหลังจบการทดสอบ และห้ามใช้แพ็กเกจฟรีของผู้ให้บริการโมเดลกับเอกสารจริงเด็ดขาด